วันพุธ, พฤศจิกายน 19, 2551

ไปสัมมนาที่ฟินแลนด์ ตอน 4 (จบ)

วันนี้ เป็นวันสุดท้ายของการสัมมนา ทางเจ้าภาพเลยจัดรายการพิเศษให้ผู้เข้าสัมมนา โดยการงดประชุมในช่วงเช้า และพาพวกเรานั่งรถบัสไปชมเมืองแทน โดยเป็นการทัวร์แบบสั้นๆ เพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น แต่นับว่าคุ้มค่ามากทีเดียว เพราะเมือง Helsinki นี้ แม้จะมีขนาดเล็ก แต่ก็มีการจัดเมืองได้สวยงามมาก และมีสถานที่น่าสนใจมากเช่นกัน โดยมีทะเลล้อมรอบ และมีตึกรูปร่างแบบยุโรปสวยๆ หลายแห่ง พวกเราก็เลยมีโอกาสถ่ายรูปกันเต็มที่ จะได้เป็นหลักฐานว่ามาแล้ว

ตอนบ่าย เขามีการสรุปการสัมมนาอีกนิดหน่อย แต่ดูเหมือนทุกคนจะไม่ค่อยสนใจกันมากแล้ว เพราะเหนื่อยจากการประชุมหนักๆ มาสองวันเต็มๆ แล้ว หลังจากนั้น ตอนประมาณ 4 โมงเย็น เจ้าภาพก็พาพวกเราไปดูการทำงานของ ส.ส. ในสภา ผมรู้สึกตื่นเต้นมากเป็นพิเศษ เพราะอยากรู้มานานแล้ว ว่า ส.ส. ของประเทศอื่นๆ เขาทำงานกันอย่างไร ? เริ่มต้น เขาก็พาพวกเราไปชมห้องทำงาน ห้องรับประทานอาหาร และ ตึกต่างๆ ในบริเวณรัฐสภาก่อน สภาพภายใน แม้จะเก่า แต่ก็ดูขลังดี พอได้เวลา เขาก็พาพวกเขาเขาไปในสภา โดยจัดให้พวกเรานั่งในส่วนของผู้สังเกตการณ์ สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ มีประชาชน ชาวฟินแลนด์ มาชมการทำงานเยอะมาก และเจ้าหน้าที่เขาก็บริการเป็นอย่างดี สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ ในสภาแห่งนี้ เขาใช้ภาษาทางการ สองภาษาคือ ภาษาฟินแลนด์ และภาษาสวีเดน เนื่องจากฟินแลนด์ เคยตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของสวีเดนและรัสเซียมาก่อน ดังนั้น จึงยังมีคนบางส่วนใช้ภาษาสวีเดนบ้าง

เมื่อพวกเราเข้าไปฟังการประชุม เขาจะมีล่ามแปลแบบทันที เป็นภาษาัอังกฤษให้เราฟัง โดยมอบหูฟังแบบไร้สายให้คนละอัน เมื่อเริ่มการประชุม รูปแบบก็คือ ฝ่ายค้านลุกขึ้นถาม และฝ่ายรัฐบาลลุกขึ้นตอบแบบทันที โดยในการประชุม นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรี มากันพร้อมหน้าพร้อมตาเลย และทุกคนดูเหมือนจะมีความชำนาญเป็นพิเศษ เพราะสามารถโต้ตอบข้อมูลกับฝ่ายค้านได้แบบหมัดต่อหมัด โดยไม่ต้องมีผู้ช่วยเลย ผิดกับของเมืองไทย ที่รัฐมนตรี จะมาตอบเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น และการตอบแต่ละครั้ง ข้าราชการชั้นผู้น้อยจะต้องเตรียมมาให้อย่างดีด้วย

นั่งฟังเขาสักครู่ ก็เดินกลับเข้าห้องประชุมอีกครั้ง เพื่อทำการสรุปเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาในรอบสามวัน หลังจากนั้น ก็มีการเลี้ยงอำลากันนิดหน่อย ก็แยกย้ายกันเดินกลับไปที่โรงแรม ส่วนใหญ่แล้ว เกือบทุกคน จะค้างอีกหนึ่งคืน ส่วนผมแย่หน่อย ต้องกลับภายในคืนนั้นเลย

วันอังคาร, พฤศจิกายน 18, 2551

ไปสัมมนาที่ฟินแลนด์ ตอน 3



วันนี้ พวกเราต้องตื่นเช้าเป็นพิเศษ เพราะทางเจ้าหน้าที่บอกว่า พวกเรามีนัดกับคณะกรรมาธิการชุดสำคัญชุดหนึ่งในช่วงเช้า เป็นคณะกรรมาธิการที่ฟินแลนด์ภาคภูมิใจมาก ชื่อว่า Committee of the Future หรือ จะแปลง่ายๆ ว่า คณะกรรมาธิการแห่งอนาคต คนที่มานำเสนอนั้น เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านหนึ่ง ดูท่าทางเป็นหนุ่ม อายุไม่เกิน 40 กว่าๆ เขานำเสนอได้น่าสนใจ โดยหลักการของเขาก็คือ เขาบอกว่า ฟินแลนด์ต้องเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตในอีก 50 ปีข้างหน้า เพราะความเปลี่ยนแปลงในอนาคตนั้น ความไม่แน่นอนสูงมาก และประชากรของเขาก็มีแต่ผู้ใหญ่ และถ้าเขาไม่เตรียมพร้อมให้ดี อีกหน่อยเขาก็จะไม่มีคนในวัยทำงานเหลืออีกต่อไป และคงต้องนำเข้าแรงงานจากต่างชาติเป็นแ่น่ พวกเราหลายคนก็ถามคำถามหลายคำถามที่น่าสนใจก็คือ ปรกติแล้ว การตรวจสอบมักจะตามหลังสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว ถ้าเรากำลังคิดถึงสี่งที่เกิดขึ้นในอนาคตแล้ว เราจะตรวจสอบหรือออกกฏหมายมาควบคุมได้อย่างไร

แขกรับเชิญของเราอีกท่านหนึ่ง เป็นประธานคณะกรรมาธิการที่ชื่อว่า Public Account Committee. (PAC) ซึ่งตรงกับวัตถุประสงค์ของการสัมมนาครั้งนี้เลย โดยได้มีการสรุปการทำงาน และบอกให้พวกเราทราบแนวทางการดำเนินการต่างๆ เป็นอย่างดี โดยสรุปก็คือ หน่วยงานนี้ จะทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้เงินของรัฐอย่างเข้มงวด หลังจากนำ่เสนอแล้ว พวกเรา็ก็ถามกัน ที่แปลกก็คือ ส.ส. ท่านนี้ ท่านฟังและพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเตรียมล่ามแปลเป็นภาษาอังกฤษอีกที ทำให้การสื่อสารค่อนข้างทำได้ลำบากนิดหน่อย

แค่สองคน ก็กินเวลาไปครึ่งวันแล้ว เราพักเที่ยงกัน ด้วยอาหารง่ายๆ (ปลา) เหมือนเคย วันนี้ค่อนข้างสบายหน่อย เพราะไม่มีการเลี้ยงรับรองเหมือนเมื่อวาน

สำหรับในช่วงบ่าย เป็นการสัมมนาเรื่องของบทบาทของหน่วยงานพิเศษ หรือ หน่วยงานอิสระ ที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบงบประมาณของรัฐ โดยได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดกันมากพอสมควร แต่ส่วนใหญ่แล้ว เกือบทุกประเทศจะมีกลไกการตรวจสอบเหมือนๆ กัน จะแตกต่างก็เพียงรายละเอียดปลีกย่อย

หลังจากพักทานกาแฟ และขนมว่างแล้ว ก็มาถึงตอนสำคัญ เพราะผมจะต้องนำเสนอรายงานเกี่ยวกับประเทศไทยด้วย โดยในอีเมล์ก่อนที่ผมจะมานั้น เขาขอให้ผมนำเสนอเีกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย ประมาณ 10 นาที ผมก็เตรียมนำเสนอด้วย power point ผ่านคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี การนำเสนอครั้งนี้ ค่อนข้างทำให้ผมรู้สึกครึ้มอกครึ้มใจไม่น้อย เพราะผมจะนำเสนอให้ฝรั่งฟังซะด้วย ผลการนำเสนอเป็นไปอย่างเรียบร้อย หลายคนมีคำถามตามมามากมาย

ตกเย็น ประธานคณะกรรมาธิการที่นำเสนอมาตอนเช้า ก็เสนอตัวมาเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารเย็นให้กับพวกเรา โดยเลี้ยงที่ร้านอาหารชื่อดัง โดยชุดอาหารก็เหมือนเดิม สลัด ปลา และ อาหารหวาน กว่าจะเสร็จก็ประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆ ก็กลับถึงโรงแรม